ถ้าไม่อยากให้รถเป็นเตาอบ เตรียมพร้อมรับมือหน้าร้อนให้ดี

สภาพอากาศทุกวันนี้ แปรปวนไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวฝนตก หน้าหนาวก็มาเร็วไปเร็ว แทบจะสัมผัสไม่ทันด้วยซ้ำ ส่วนหน้าฝนก็ไม่ค่อยแน่นอน มาเยอะบ้างน้อยบ้าง แต่ที่แน่ๆ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน อากาศค่อนข้างระอุ ต่อให้อยู่บ้านเฉยๆ ก็รับรู้ได้

สำหรับคนขับรถบนท้องถนน หากรถของคุณยังอยู่ในสภาพดี ดูแลรักษาสม่ำเสมอ เช็กระยะตามกำหนด ก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ถ้ารถของคุณเป็นมือสอง หรือผ่านการใช้งานมาหลายปีแล้ว ก็ควรหันมาใส่ใจกันสักนิดนึง เพราะในระหว่างการขับขี่ ถ้าเจอสภาพอากาศที่ร้อนมากๆ แล้วรถของคุณแอร์ก็ดันไม่ค่อยเย็นอีก หรือไม่เย็นเลย มันก็เหมือนการเข้าไปนั่งอยู่ในเตาอบดีๆ นั่นเอง อารมณ์ก็จะยิ่งร้อนตามสภาพอากาศข้างนอกไปด้วย ขับไปหงุดหงิดไป แล้วระหว่างทางก็จะพาลไปกับทุกสิ่ง

ดังนั้นคุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศหน้าร้อนนี้ให้ดี ซึ่งเรามีวิธีง่ายๆ เอาไว้แก้ปัญหาดังนี้

1. ตรวจเช็กระบบปรับอากาศ (แอร์) เพราะมันคือสิ่งแรกที่จะช่วยคุณได้ในหน้าร้อนนี้ ซึ่งถ้าหากคุณเปิดแอร์แล้วมีแต่ลมเปล่าๆ ไม่มีความเย็นออกมาเลย หรือแอร์ไม่ทำงาน คุณควรรีบตรวจดูระดับน้ำยาแอร์ จากนั้นตรวจดูการรั่วซึมของสายท่อแอร์ รอยต่อท่อ รวมไปถึงตัวกรองอากาศ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วอาการหนักมากๆ หรือตรวจแล้วหาสาเหตุไม่เจอ ก็ควรนำรถไปเข้าอู่ หรือศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างที่ชำนาญทำการตรวจสอบ แก้ไข และซ่อมแซมให้เรียบร้อย

2. ติดฟิล์มกรองแสง นอกจากจะใช้กรองแสงได้แล้ว ทางที่ดีเลือกชนิดที่กันความร้อนได้ด้วย และควรจะติดรอบคันไปเลย ไม่ใช่เฉพาะแค่บานหน้า หรือบานหลัง เพราะด้านข้างเองก็สำคัญไม่แพ้กัน และควรใช้ของดีของแท้ มีชื่อเสียงมีคุณภาพไปเลย ถึงแม้จะมีราคาแพงกว่าของก๊อป หรือของเกรดต่ำ แต่ติดครั้งเดียวให้จบไปเลยดีกว่า ไม่งั้นคุณอาจต้องมานั่งลอกของเกรดต่ำออก แล้วติดของดีของแท้เข้าไปใหม่ มันจะเสียทั้งเวลา และเงินโดยไม่จำเป็น

3. ไม่จอดรถตากแดด ควรหาที่จอดรถในร่ม เพราะ การจอดตากแดดมีผลเสียมากกว่าที่คิด นอกจากภายในรถจะมีความร้อนสูงแล้ว อุปกรณ์ด้านในก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แถมสีรถก็จะซีดไวขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกที่จอดรถที่มีร่มเงา มีที่บังแดดจะดีกว่า

4. หากหาที่จอดรถในร่มไม่ได้ ให้สตาร์ทรถแล้วเปิดแอร์ทิ้งไว้ก่อน ถ้าหาที่จอดในร่ม หรือมีที่บังแดดไม่ได้จริงๆ ให้เปิดประตู หรือลดกระจกลงหนึ่งข้าง จากนั้นให้เปิด-ปิดประตูอีกฝั่งหลายๆ ครั้ง เพื่อจะได้ระบายความร้อนภายในรถออกไปได้ไวขึ้น หรืออีกวิธี หลังจากสตาร์ทรถ ให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ก่อนประมาณ 5 นาที แล้วค่อยขับรถออกไป ก็จะช่วยลดความร้อนภายในไปได้เหมือนกัน

5. ใช้อุปกรณ์อื่นๆ ช่วยป้องกัน หากติดฟิล์มกันความร้อนแล้วยังสู้ความร้อนแรงของแสงแดดไม่ได้ แสงยังสามารถส่องเข้ามารบกวน ก็หาตัวช่วยเป็นอุปกรณ์ป้องกันความร้อนอื่นๆ เช่น ม่านบังแดด ผ้าม่านในรถ ฯลฯ ติดรถเอาไว้ เพราะมันสามารถช่วยคุณรับมือได้จริงๆ

ทั้งหมดนี้คือวิธีที่จะช่วยรับมือกับหน้าร้อน เวลาขับรถไปไหนมาไหนจะได้ไม่อารมณ์เสีย เหงื่อไม่แตก สบายใจตลอดการเดินทาง และนอกจากนี้ คุณควรตรวจเช็กสภาพรถในส่วนอื่นๆ ให้พร้อมใช้งานด้วย เพราะคุณคงไม่อยากหงุดหงิด หากรถไปเสียกลางทางในวันที่แดดร้อนจัด

ที่มา : http://auto.sanook.com/57509/